ลีดส์ ฟอร์มร้อน เปิดบ้านต้อน เซาแธมป์ตัน 3-0 ศึกพรีเมียร์ลีก

“ยูงทองคำ” ลีดส์ ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มสุดยอด เปิดบ้านถล่ม “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ขาดลอย 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
การแข่งขันบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ประจำวันวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 64 มีแข่งขัน 1 คู่ “ยูงทองคำ” ลีดส์ ยูไนเต็ด ชั้น 12 ของตาราง เปิดสนามเอลแลนด์ โรด รับการมาเยี่ยมของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ชั้น 14 ของตารางประเดิมครึ่งแรกทั้งสองทีมเปิดเกมแลกเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนาน แต่สุดท้ายยังหาจังหวะเข้าไปทำแต้มกันมิได้ ทำให้จบครึ่งแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังเสมอ เซาแธมป์ตัน อยู่ 0-0

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 ลีดส์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ ส่งบอลทะลุเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แพตทริก กางมฟอร์ด ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งแทงเสาไกลเข้าไปอย่างงดงามแล้วต่อจากนั้นนาทีที่ 78 ลีดส์ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะโต้กลับขึ้นมาทางฝั่งขวา เอลแดร์ คอสตา พาบอลเลี้ยงตัดเข้าในก่อนจ่ายแม้กระทั่ง สจ๊วร์ต ดัลลัส แตะบอลเข้าเขตโทษแล้วดีดด้วยซ้ายแทงมุมเข้าไปอย่างสุดงาม

ถึงนาทีที่ 84 ลีดส์ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ รวมทั้งเป็น ราฟินญา ปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งแทงเสาเข้าไปแบบงามหยด

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 25 คะแนน ขึ้นมาอยู่ชั้น 10 ของตาราง

เป็นเรื่อง! วิลลา สั่งแบนเกม “แฟนตาซี พรีเมียร์ลีก” หลังนักเตะรวมทั้งคณะทำงานทำข้อมูลรั่ว

มีกล่าวว่าสโมสร แอสตัน วิลลา กลุ่มใในศึก พรีเมียร์ลีก ได้สั่งห้ามนักเตะแล้วก็ทีมงานเล่นเกม “แฟนตาซี พรีเมียร์ลีก” ภายหลังเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน

รายงานกล่าวว่า สาหตุที่กลุ่ม ราชสีห์ทะนง ไม่ชอบใจเป็นอย่างมากเนื่องมาจากข้อมูลเรื่องอาการบาดเจ็บของ แจ็ค กรีลิช เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของกลุ่มหลุดออกไปด้านนอก ซึ่งบางครั้งอาจจะมาจากห้องแต่งตัวโดยมิได้ตั้งอกตั้งใจ

เดลีเมล เปิดเผยว่า มีนักเตะแล้วก็ทีมงานของ วิลลา คนไม่ใช่น้อยที่เล่นเกมนี้แล้วก็พวกเขาได้เอาชื่อของ กรีลิช ออกมาจากกลุ่มแฟนตาซีของตน ก่อนเกมที่จะเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ จะเริ่มขึ้น ด้วยเหตุว่าทราบว่าสตาร์รายนี้จะมิได้ลงไปในสนาม

โดยมีกล่าวว่าข้างหลังจบเกมที่พ่ายแก่ เดอะฟ็อกซ์ ด้วยสกอร์ 2-1 ว่า ดีน สมิธ กุนซือได้แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งในประเด็นนี้ แล้วก็ประกาศว่าเขาจึงควรจัดแจงอะไรซักอย่างเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างงี้ขึ้นอีก ซึ่งในเวลาถัดมา ทางสโมสรก็ได้จัดแจงแบนเกม แฟนตาซี พรีเมียร์ลีก โดยห้ามทุกคนในสโมสรมีความเกี่ยวข้องกับเกมนี้อย่างเด็ดขาด

เสือใต้ บุกขย้ำ ลาสิโอ คารัง 4-1 จ่อเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

บาเยิร์น มิวนิค ได้โอกาสสูงสำหรับในการผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ข้างหลังบุกชนะ ลาซิโอ ได้กินขาด 4-1

การเเข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบ 16 กลุ่มนัดแรก เป็นการเจอกันระหว่าง ลาซิโอ เปิดรังเหย้า สตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยี่ยมของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค

ซิโมเน อินซากี้ ผู้จัดการทีมเจ้าบ้าน เลือกจัดกองทัพมาในระบบ 3-5-2 ฝากความคาดหวังในแนวรุกไว้ที่คู่แนวรุกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ซึ่งประสานงานร่วมกับ ฆัวกิน คอร์เรอา

ด้าน”เสือใต้”กลุ่มเยี่ยมของ ฮันซี ฟลิค วางหมากมาในแผน 4-2-3-1 ใช้หน้าเป้าเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำเกมรุกร่วมกับ เลรอย ซาเน, จามาล มูเซียลา แล้วก็ คิงส์ลีย์ โกมาน

ผลปรากฏว่า บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีแชมป์เก่า บุกมากระหน่ำ ลาซิโอ 4-1 โดย ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 9, จามาล มูเซียลา นาทีที่ 24, เลรอย ซาเน นาทีที่ 42 แล้วก็ ฟรานเซสโก อเคอร์บี ผู้เล่นของลาซิโอทำเข้าประตูตัวเอง ในนาทีที่ 47

ส่วน ลาซิโอ ได้จาก โจอาคิน กอร์เรอา นาทีที่ 49

ทำให้ บาเยิร์น ได้โอกาสเข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดสูงลิบลิ่ว โดยนัดที่ 2 จะกลับไปเล่นที่ อัลลิอันซ์ อารีที่นา รังเหย้าของเสือใต้ในวันที่ 17 มี.ค. นี้

“ชิรูด์” ตีลังกายิงสุดงาม! เชลซี เฉือน แอต.มาดริด 1-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เชลซี เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไปได้ 0-1 โดยได้ประตูชัยจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในนาทีที่ 67 ทำให้จบเกม สิงห์บลู เอาชนะไปได้ก่อนในนัดแรก จับความได้เปรียบก่อนกลับไปดวลกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตอนกลางเดือนมีนาคมที่จะถึง

เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรกทั้งคู่กลุ่มพากเพียรเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุก แต่ยังคงทำได้แค่หวาดเสียวแค่นั้นในตอน 15 นาทีแรก

หลังจากนั้นเป็น เชลซี ที่ครองบอลบุกได้มากขึ้น แล้วก็ได้โอกาสได้จบจากลูกยิงไกล อลอนโซ แต่ยังไปติดเซฟของ โอบลัค ในนาทีที่ 25

นาทีที่ 38 สิงห์บลู มีลุ้นใกล้เคียงอีกทีจากจังหวะได้ยิงในกรอบเขตโทษของ แวร์เนอร์ แต่ยังคงไปติดเซฟของ โอบลัค อีกที

นาทีที่ 41 แอตฯ มาดริด มีลุ้นจากจังหวะชาร์จจ่อๆของ ซัวเรซ แต่ รือดิเกอร์ ยังตามมาบล็อคลูกยิงเอาไว้ได้ทัน

ทำให้จบ 45 นาทีแรก ยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

เริ่มครึ่งเวลาหลังยังคงเป็น เชลซี ที่ครองบอกได้มากกว่า ส่วน แอตฯ มาดริด ยังคงย้ำตั้งรับแล้วก็รอคอยโอกาสสำหรับในการสวนกลับ

นาทีที่ 57 ยี่ห้อหมี ได้โอกาสได้จบจากจังหวะตีลังกายิงของ ฟิลิกซ์ แต่บอลเหาะผ่านคานออกไป

หลังจากนั้น แอตเลติโก พากเพียรเปิดเกมบุกเยอะขึ้นเรื่อยๆเพื่อหวังเอาประตูคืนแต่ยังแทบจะหาจังหวะเจาะเข้าพื้นที่อันตรายมิได้

นาทีที่ 83 สิงโตสีน้ำเงินคราม สบโอกาสจบอีกทีจากจังหวะหลุดขึ้นมาทางขวาของ แวร์เนอร์ ก่อนที่จะซัดมุมแคบไปติดเซฟของ โอบลัค อีกที

ท้ายเกม ทัพยี่ห้อหมี พากเพียรครองบอลบุกเข้าใส่อย่างมาก แต่ก็ยังไม่อาจจะเจาะแผงหลังของ สิงห์บลู ได้

กระทั่งจบ 90 นาที่ เชลซี เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไปได้เสร็จ 0-1

รายนามนักฟุตบอลที่ลงสู่สนามตัวจริง

แอตเลติโก มาดริด : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส โคนร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ยกเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หลุยส์ ซัวเรซ

เชลซี : เอมองอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนบวงสรวง, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ โควาซิช (ฮาคิม ซีเย็ค น.74), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.80), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.87), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.87)

ลีดส์ คืนฟอร์ม ไล่อัด นักบุญ ยับเยิน 3-0 ขึ้นที่ 10 พรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกรอบหลังจากแพ้มาตลอด 2 นัดหมายหลังสุดด้วยการเปิดบ้านกระหน่ำ เซาธ์แธมป์ตัน 3-0

การแข่งขันชิงชัยบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดู 2020-21 ระหว่าง “ยูงทองคำ” ลีดส์ ยูไนเต็ด อันดับ 12 ของตาราง เปิดสนามเอลแลนด์ โรด รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน อันดับ 14 ของตาราง

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรกทั้งคู่กลุ่มเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก แต่สุดท้ายยังหาจังหวะเข้าไปทำแต้มกันมิได้ ทำให้จบครึ่งแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังเสมอ เซาแธมป์ตัน อยู่ 0-0

ช่วงหลัง นาทีที่ 47 ลีดส์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ ส่งบอลทะลุเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แพตทริก แบมฟอร์ด ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งแทงเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

แล้วนาทีที่ 78 ลีดส์ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะตอบโต้กลับขึ้นมาทางฝั่งขวา เอลแดร์ คอสตา พาบอลเลี้ยงตัดเข้าในก่อนจ่ายถึงแม้ว่าจะ สจ๊วร์ต ดัลลัส สัมผัสบอลเข้าเขตโทษแล้วดีดด้วยซ้ายแทงมุมเข้าไปอย่างสุดสวย

เหนือกว่าเพื่อนฝูงร่วมกลุ่ม!คิมมิชสร้างประวัติศาสตร์ในชปล.

โยชัว คิมมิช แปลงเป็นนักฟุตบอลที่ชนะในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากที่สุดจากการลงเล่น 50 ครั้งแรก โดยอันดับ 2 คือ โธมัส มุลเลอร์ กับ ค้างเซมิโร่
โยชัว คิมมิช ตัวรุก บาเยิร์น มิวนิค ยอดสมาพันธ์ที่เวที บุนเดสลีกา เยอรมัน สร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลที่ชนะเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากที่สุดในตอน 50 เกมแรก ภายหลังที่เขาเก็บชัยได้ถึง 38 นัดหมายด้วยกัน

เกมรอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด ครั้งแรก ที่ บาเยิร์น คว้าชัยเหนือ ลาซิโอ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 23 ก.พ. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นการลงสนามในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดหมายที่ 50 ของตัวรุกวัย 26 ปีพอดี ส่วนเจ้าของสถิติเดิมในด้านนี้เป็น โธมัส มุลเลอร์ สหายร่วมกลุ่มของ คิมมิช กับ ค้างเซมิโร่ กองกลาง เรอัล มาดริด ภายหลังทั้งสองทำเอาไว้ที่ 36 เกม

ดังนี้ เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ คิมมิช เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มของฤดู 2015-16 โดยวันนั้นเขาลงเป็นตัวสำรองในตอน 15 นาทีท้ายที่สุดของเกมที่ บาเยิร์น ชนะ โอลิมเปียกอส 3-0 เมื่อตอนกันยายน ปี 2015 ซึ่งตลอดตอน 50 นัดหมายก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเขาทำได้ 10 ประตู รวมทั้งแพ้ไปแค่เพียง 5 ครั้งเท่านั้น

5 ลำดับแรกที่ชนะเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มากที่สุดในตอน 50 ครั้งแรกที่ลงเล่น
1. โยชัว คิมมิช 38 เกม
2. โธมัส มุลเลอร์ 36 เกม
– ค้างเซมิโร่ 36 เกม
4. มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น 35 เกม
– ดาเนี่ยล การ์บาฆาล 35 เกม
– อีสโก้ 35 เกม
– มาร์เซโล่ 35 เกม

“ชิรูด์” ยิงท่ายาก! เชลซีแข็งเชือดแอตมาดริดยกแรก 16 กลุ่มชปล.

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหหญ่ “สิงห์บลูส์” ยังคงเดินหน้ารักษาสถิติไร้พ่ายนับแต่เข้ามาคุมทีมข้างหลังได้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซัดประตูสุดงามพาทีมเฉือน “ตราหมี” 1-0 จับความได้เปรียบก่อนดวลกันนัดตัดสินวันที่ 17 มีนาคม นี้ ในศึกบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก) คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : อารีน่า นาติโอนาล่า, บูค้างเรสต์ (สนามกลาง)

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เทรนเนอร์ แอตเลติโก มาดริด หัวหน้าฝูงลา ลีกา พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการด้อยกว่าแชมป์กรุ๊ป เอ ก่อนแพ้เลบันเต้ 0-2 ในเกมลีกปัจจุบัน เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 8 เกม

ส่วนทาง โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ เชลซี ซึ่งเข้ามารับงานต่อจากแฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตกาลกุนซือผู้พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กรุ๊ป อี ก่อนที่จะเทรนเนอร์เยอรมันจะพาทีมเสมอเซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ในเกมลีกปัจจุบัน ทำให้ไม่แพ้มา 6 เกมแล้วตั้งแต่เข้ามารับงาน

ประเดิมได้เพียง 2 นาที เชลซี เฉียดงานเข้าจากความประมาทและสะเพร่าของ เอดูอาร์ เมนดี้ จับบอลยาวโดน ซาอูล ญีเกซ สอดมาฉกซวยแตะต้องยาวตามเล่นไม่ทันสุดท้ายหลุดออกข้างหลังไป

ต่อมานาทีที่ 10 เป็น “ตราหมี” ฝ่าสม่ำเสมอจากบอลทางฝั่งขวาของ ชูเอา เฟลิกซ์ ดึงจัวหวะตักย้อยไปเสาไกลเกือบจะถึง อังเคล กอร์เรอา แม้กระนั้นยังไม่ผ่าน มาร์กอส อลอนโซ่ ตามมาสกัดทิ้งได้ทัน

4 นาทีต่อมา แอต.มาดริด คลาดโอกาสทองคำจากควาผิดพลาดของแนวรับ เชลซี เสียเหลี่ยมโดน หฝ่าส์ ซัวเรซ ฉกบอลพาเข้าจุดโทษก่อนแทงไปเสาถึง โตมาส์ เลอมาร์ สอดมาทิ้งตัวชาร์จแม้กระนั้นไม่ทันหลุดออกข้างหลังไป

นาทีต่อมา “สิงห์บลูส์” แลกหมัดฉับไวจากจังหวะเปิดทาขวาของ เมสัน เม้าน์ท บอลแรงเลย ติโม แวร์เนอร์ ที่สอดมาเสาแรกผ่านหน้าประตูหลุดออกข้าง

กลางทางผ่านเปลี่ยนเป็น เชลซี ทำเป็นดีมากยิ่งกว่าครั้งนี้จากจังหวะชิ่งสุดงามบอลหลุดมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายเข้าทาง มาร์กอส อลอนโซ่ ตวัดตามน้ำเรียดเด้งพื้นเข้ามือ ยาน โอบลัค ล้มตัวรับไม่พลาด

นาทีที่ 39 จากความรู้ความเข้าใจเฉพาะตัวของ ติโม แวร์เนอร์ พาบอลลากหนี สเตฟาน ซาวิช หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดยัดเสาแรกไปติดเซฟ ยาน โอบลัค ตบทิ้งออกมาจวนเจียน

นาทีต่อมา “ตราหมี” สวนกลับเร็วเป็น อังเคล กอร์เรอา หลุดขึ้นมาด้านขวาก่อนได้โอกาสดีดเข้าในให้ หฝ่าส์ ซัวเรซ ได้ทิ้งตัวซัดแม้กระนั้นหลักไม่ดียิงไม่โดนบอลคลาดโอกาสสำคัญอย่างน่าเสียดาย

หมดครึ่งเวลาแรก แอตเลติโก มาดริด 0 เชลซี 0

นาทีที่ 55 เชลซี พยายามเร่งเครื่องครั้งนี้เป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย พาบอลลากตัดเข้าในก่อนก้มหน้าซัดด้วยซ้ายไปแฉลบบล็อคแนวรับ “ตราหมี” ย้อยเข้ามือ ยาน โอบลัค

3 นาทีต่อมาจากความบกพร่องของแนวรับ เชลซี โขกบอลไม่ดีเปลี่ยนเป็นตั้งให้ ชูเอา เฟลิกซ์ ลอยตัวรถจักรยานอากาศในกรอบจุดโทษแม้กระนั้นโดนไม่ดีเหินผ่านคานออกไปไกล

แม้กระนั้นแล้วนาทีที่ 69 “สิงห์บลูส์” ทะยานออกนำจากลูกครอสทางซ้ายของ มาร์กอส อลอนโซ่ บอลอลเวงสุดท้ายไปโดน มาริโอ เอร์โมโซ่ ลอยโด่งเข้าทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทิ้งตัวรถจักรยานอากาศด้วยซ้ายเด้งพื้นผ่านมือ ยาน โอบลัค ซุกตูดตาข่ายงามหยด

จากจังหวะนี้มีธงล้ำหน้าชูตามขึ้นมา เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินใช้เวลาฟังสัญญาณ วีเออาร์ อยู่นานก่อนเป่ายืนยันให้เป็นประตูขึ้นนำ เชลซี

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แอตเลติโก มาดริด 0 เชลซี 1

รายนามนักฟุตบอลที่ลงสนามตัวจริง

แอตเลติโก มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิกระเป๋า, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส โคนร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ชูเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หฝ่าส์ ซัวเรซ

เทรนเนอร์ : ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนบวงสรวง, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ โควาซิช (ฮาคิม ซีเย็ค น.74), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.80), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.87), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.87)

เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

เอาแรงกดดันไปซะ! “ท้องนาเกลส์มันน์” ยกหงส์ยังเหนือกว่ากระทิง

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ผู้จัดการทีมหนุ่มของแอร์เบ ไลป์ซิก รองหัวหน้าฝูงบุนเดสลีกา ยกให้ลิเวอร์พูลของ เยอร์เกน คล็อปป์ ยังเป็นทีมที่เหนือกว่าทีมตัวเอง แม้ผลงานจะต่างกันเด่นชัดในระยะหลัง สำหรับในการแถลงข่าวก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมท้ายที่สุด เลกแรก คืนวันที่ 16 ก.พ. นี้

“พวกเราอยู่ในช่วงที่มีผลงานดี ในขณะที่ลิเวอร์พูลแพ้ถึง 5 นัดหมายจาก 7 เกมหลังสุด แต่ว่าพวกเขายังเหนือกว่าบางส่วน เมื่อดูจากประสบการณ์ในเกมระดับทวีป”

“แต่ว่าพวกเราเองก็พัฒนาขึ้นมาอย่างแจ่มแจ้ง และก็ชี้ให้เห็นแล้วเช่นกันว่าพวกเราสามารถสู้กับทีมระดับนี้ได้ อีกทั้งเมื่อปีที่ผ่านมาและก็ฤดูนี้ ซึ่งพวกเราอยู่ในกลุ่มที่แข็งมาก (กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อิสตันบูล บาซัคเซฮีร์)”

สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เลกแรก จะมีที่ปุสกัส อารีนา สนามกลางในประเทศฮังการี เหตุเพราะเยอรมนีมีมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ด้วยการงดเที่ยวบินจากอังกฤษเข้าประเทศ

ค้อนลุ้นไปชปล.สุดกำลัง! ลินการ์ดช่วยเติมเต็มสิ่งที่เวสต์หมูแฮมหายไป

ตอนเดือนที่ผ่านมานอกเหนือจากนักฟุตบอล “เรือใบสีฟ้า” ที่ทำผลงานไม่มีที่ติแล้ว เราอาจมองข้ามนักฟุตบอลจากกลุ่ม เวสต์หมูแฮม ไม่ได้เนื่องจากพวกเขาโชว์ฟอร์มแจ๋วจนบินสูงมากขึ้นมาลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบไม่น่าเชื่อ แล้วก็ผู้ที่ทำให้สื่อต้องหันมาจับตาดูไม่ใช่ผู้ใดกันที่แห่งไหนเขาคือ เจสซี่ ลินการ์ด สมัยก่อนมหาเทพของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง
หลังจากรอมานานแสนนาน เดวิด มอยส์ ก็สามารถเอาชนะ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เป็นครั้งแรก (เคยเจอะกันมา 15 นัดหมาย) หลังพา เวสต์หมูแฮม เฉือน สเปอร์ส 2-1 เมื่อตอนคำ่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงนอกเหนือจากความสามารถของกองทัพ “ขุนค้อน” แล้วดวงก็มีส่วนที่ทำให้กลุ่มคว้าสามแต้มด้วยเนื่องจากตอน 10 กว่านาทีด้านหลังมีจังหวะที่ มึงเร็ธ เบล วอลเลย์ชนคาน รวมทั้งจังหวะที่ปราการหลังเวสต์หมูแฮมเคลียร์บอลไปโดน ดื้อรั้น ฮึง-มิน แล้วบอลย้อยมาชนเสา

สิ่งที่น่าจะเป็นประเด็นหลังเกมเยอะที่สุดคืออนาคตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เพราะเหตุว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการปราชัยเกมที่ 6 จาก 8 นัดหมายหลังสุดในทุกรายกระบวนการทำให้พวกเขามีแต้มห่างจากท็อปโฟร์ถึง 9 แต้มแล้ว ในเวลาที่ความมีชัยของ เวสต์หมูแฮม ช่วยทำให้พวกเขารั้งชั้น 4 ของตารางเนื่องจาก เชลซี สะดุดเสมอกับ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน

เดินหน้าผลงานหรู!ทูเคิ่ลคุมทีมเสีย2ลูกจาก8เกมต่อจากมูรินโญ่

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่เชลซี ยังคงคุมทีมด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเกินยับยั้งใจ ล่าสุดนำ “สิงโตน้ำเงินคราม” บุกสอย แอตเลติโก มาดริด 1-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมท้ายที่สุด นัดแรก โดยที่ไม่เสียประตู ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนที่ 2 ต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่คุมทีมเสียประตู 2 จาก 8 เกมที่กุมบังเหียน
โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของ เชลซี สร้างผลงานดีมีคุณภาพโดยตลอดโดยเขานำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เสียเพียงแค่ 2 ประตูจากการกุมบังเหียน 8 แมตช์ ซึ่งในประวัติศาสตร์สมาคมมีเพียงแต่ โชเซ่ มูรินโญ่ เพียงแค่นั้นที่เคยทำได้อย่างนี้

ทัพ “สิงห์บลูส์” ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นนับจากที่ ทูเคิ่ล ได้รับการตั้งให้คุมทีมแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่โดนปลดออกจากตำแหน่ง โดยเขานำสมาคมเก็บความมีชัยได้ถึง 6 เกม แล้วก็เสมอเพียง 2 แมตช์จากการทุกรายการ